Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

Home

ห้ามนั่งท้ายรถกระบะ แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ

ห้ามนั่งท้ายรถกระบะ แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ “เมาแล้วขับ”คือตัวการ 

        โชคชัย คุณวาสี” ชี้ห้ามนั่งท้ายรถกระบะ เป็นมาตรการช่วยลดอันตรายจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น แต่เป็นการแก้ที่ปลายเหตุ สาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตส่วนใหญ่คือ เมาแล้วขับ ซึ่งเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขอย่างจริงจัง ไม่เฉพาะเทศกาลเท่านั้น

01-โขคชยนายโชคชัย คุณวาสี ประธานบริหาร บริษัท โตโยต้า แก่นนคร จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดอุตสาหกรรมรถยนต์ในปี 2560 นี้ หลังผ่านไตรมาสแรกอนุมานได้ว่า ภาพรวมของตลาดน่าจะดีขึ้น แต่จะดีขึ้นมากหรือน้อยไม่สามารถคาดเดาได้ เนื่องจากยังมีปัญหาที่น่าเป็นห่วงคือ พืชผลทางการเกษตรซึ่งในขณะนี้ราคากำลังดี แต่ไม่มีผลผลิต หรือผลผลิตยังไม่ออกสู่ตลาด แต่ถ้าผลิตออกสู่ตลาดแล้ว ราคาจะยังดีอยู่ไหม ปริมาณการผลิตจะเพียงพอกับความต้องการของตลาดหรือไม่ ปัญหาต่อมาคือหนี้ครัวเรือนที่ยังมีอยู่ ประกอบกับดอกเบี้ยที่มีการปรับเพิ่มสูงขึ้น จึงทำให้มีข้อจำกัดในการซื้อรถยนต์ใหม่ แต่ทั้งนี้ ยังมีกระแสบวกซึ่งเป็นทางออกคือการปลดล็อครถคันแรกที่ครบกำหนด สามารถเปลี่ยนมือ หรือขายต่อได้ ทำให้มองได้ว่าภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ในปีนี้ให้มีแนวโน้มดีกว่าปีที่ผ่านมาอย่างแน่นอน คาดว่าตัวเลขโดยรวมปี 2560 นี้ น่าจะมียอดจำหน่ายมากกว่า 800,000 คัน

สำหรับขอนแก่น เป็นจังหวัดที่มีสภาพเศรษฐกิจค่อนข้างสูง หลายกระแสหลายปัจจัยที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมระดับประเทศ แต่ขอนแก่นจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากเศรษฐกิจโดยเฉพาะตัวเลขของยอดจำหน่ายรถยนต์ในปีที่ผ่านมา ตัวเลขของจังหวัดขอนแก่นมียอดลดลงราว 1% เมื่อเทียบกับตลาดรวมซึ่งไม่ถือเป็นผลกระทบมากนัก มองว่าในปีนี้ จังหวัดขอนแก่นซึ่งนับเป็นตลาดย่อยจากภาพรวม น่าจะมียอดจำหน่ายในภาคอุตสาหกรรมรถยนต์โดยรวมมากกว่า 20,000 คัน ผลที่ส่งให้ตลาดอุตสาหกรรมดีขึ้นเป็นทามลายน์ในเรื่องของการเลือกตั้งที่มีความชัดเจนขึ้น อย่างไรก็ตาม การที่ประเทศจะผ่านพ้นวิกฤตใดๆก็ตาม ต้องนำคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 เข้ามาใช้เพื่อให้ประชาชนได้รู้จักคำว่า พออยู่พอกิน ทำในสิ่งที่ตนเองถนัด มองว่าประเทศไทยเราโชคดีที่มีทั้งการปลูกพืชผลทางการเกษตรและพลังงาน แต่ประเทศเราอาจไม่พร้อมที่จะเป็นประเทศเทคโนโลยีมากนัก ต้องมองฐานและสิ่งที่ตนเองถนัด จะทำให้ตัวเราและประเทศอยู่รอดได้20170407 092941

ประธานบริหาร บริษัท โตโยต้า แก่นนคร กล่าวต่อว่า ในด้านของการออกกฎหมายข้อบังคับใช้ว่าด้วยการจราจรทางบก โดยเฉพาะกรณีรัดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่งในรถทุกประเภท ในกรณีห้ามนั่งในแคปรถกระบะ หรือห้ามนั่งท้ายรถกระบะก็ตาม ถึงแม้ว่าจะมีการผ่อนผันเลื่อนการจับกุมไปแล้วก็ตาม แต่จะขอให้ทุกท่านทำความเข้าใจในเรื่องของกฎหมายข้อบังคับ กฎหมายหลายฉบับของไทยเรายังล้าสมัย รวมทั้งการที่คนไทยเป็นคนง่ายๆ สบายๆ ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยมากมายนัก จึงกลายเป็นคนที่ละเลยกฎระเบียบและข้อห้ามของกฎต่างๆ มาช้านาน ซึ่งมักจะได้ยินคำว่า ทำอะไรก็ได้ตามใจ คือไทยแท้ ซึ่งถือว่าเป็นข้อเสียของคนไทยที่ต้องยอมรับ ในแง่ของกฎหมายซึ่งการออกมาตรการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการรัดเข็มขัดก็ดี การห้ามนั่งท้ายรถกระบะก็ดี ล้วนเป็นมาตรการที่นำออกมาเพื่อช่วยลดอันตรายความรุนแรงจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น มองว่าเป็นความปรารถนาดี แต่วิธีหรือจังหวะในการนำมาใช้อาจจะเร่งรัดมากไป

รัฐบาลมองว่าทุกเทศกาล ปีใหม่ สงกรานต์ เป็นช่วงเดินทางของประชาชน และมักกลายเป็นโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น จึงอยากป้องกันให้ลดอุบัติเหตุ ลดความรุนแรงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จึงมีมาตรการบังคับใช้กฎหมาย แต่ถ้าจะมองที่ความเป็นจริง “อุบัติเหตุไม่ได้เกิดจากการรัดเข็มขัดหรือไม่รัดเข็มขัด อุบัติเหตุไม่ได้เกิดจากมีคนนั่งที่ท้ายรถกระบะ หรือไม่มีคนนั่งที่ท้ายรถกระบะ” เพียงแต่เมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้วการรัดเข็มขัดจะช่วยเซฟความรุนแรงกับผู้ที่อยู่ในรถนั้นๆ หรือ เมื่อเกิดเหตุแล้วการไม่มีคนนั่งท้ายรถกระบะ ก็จะไม่เกิดเป็นโศกนาฏกรรมความสูญเสียชีวิตจากผู้ที่นั่งอยู่ท้ายรถกระบะนั้นๆ เป็นการแก้ที่ปลายเหตุ ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุแห่งปัญหา การบังคับใช้กฎหมายในครั้งนี้เพียงแค่เมื่อเกิดเหตุแล้วจะไม่รุนแรงก็เท่านั้นเอง ดังนั้น ควรต้องกลับมาพิจารณาหาวิธีแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ

1491577261707นายโชคชัย กล่าวต่อไปว่า การแก้ปัญหาไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ คือสาเหตุหลักที่ควรเน้นและทำอย่างจริงจัง การประชาสัมพันธ์ให้ความรู้กับประชาชน ทำความเข้าใจอย่างจริงจังต่อเนื่อง โดยกำหนดระยะเวลาที่เหมาะสม ชัดเจนในการบังคับและนำกฎหมายออกมาใช้อย่างจริงจัง รวมทั้งบทลงโทษที่รุนแรง อาทิ หากพิสูจน์ได้ว่าเมาจริง ร่างกายไม่มีความพร้อมด้วยโรคที่มีอัตราเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ บุคคลเหล่านี้ต้องเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ ห้ามเป็นผู้ขับขี่รถทุกประเภทให้เป็นเพียงผู้โดยสาร หรือใช้ขนส่งมวลชนสาธารณะ เพราะประชาชนทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันไม่ใช่เพียงแค่บังคับเป็นช่วงๆ เหมือนไฟไหม้ฟางไม่จริงจัง รวมถึงการปฎิบัติหน้าที่ของผู้รักษากฎหมายที่ต้องทำด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปโดยประชาชนทุกคนพร้อมให้ความร่วมมือในการปฎิบัติตามกฎ ทั้งนี้ ผู้รักษากฎหมายจะต้องมีความเท่าเทียมกัน การจับ ปรับ ต้องไม่มีสิ่งใดแอบแฝง ไม่ใช้ช่องว่างของกฎหมายเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน ไม่ว่าจะรวยล้นฟ้าหรือประชาชนหาเช้ากินค่ำทั่วไปต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน เชื่อว่าจะเป็นการกำจัดบุคคลประเภทที่ไม่มีระเบียบวินัยให้หมดไปจากการใช้รถใช้ถนนสาธารณะได้บ้าง

ปัญหาหลักของการเกิดอุบัติเหตุ หรือสาเหตุต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกต้นเหตุล้วนมาจาก “คน” ความไม่มีระเบียบ ไม่มีวินัย ความประมาท ไม่มีความรับผิดชอบ อันดับสองมาจาก “รถ” สภาพรถไม่พร้อมใช้งาน ไม่มีการตรวจเช็ค ไม่บำรุงรักษา ไม่มีการตรวจเช็คสภาพก่อนการเดินทาง ซึ่งก็เกิดจากความไม่เอาใจใส่ของคนที่เป็นเจ้าของ ดังนั้น ต้องแก้ที่ “คน” อีกเช่นกัน และอีกประเภทคือ ขนส่งมวลชนสาธารณะ ผู้ขับขี่มีการพักผ่อนเพียงพอหรือไม่ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่ประชาชนจำเป็นต้องใช้รถโดยสารสาธารณะเป็นจำนวนมาก พนักงานขับรถไม่มีเวลาพักผ่อน สภาพร่างกายไม่พร้อม ล้วนเป็นอีกสาเหตุของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในช่วงเทศกาลต่างๆ และจากสถิติที่ผ่านมา จะเห็นว่าอุบัติเหตุซึ่งทำให้เสียชีวิตส่วนใหญ่คือ เมาแล้วขับ ซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์ นั่นคือปัญหาที่ต้องแก้ไขอย่างจริงจังว่าควรแก้ไขอย่างไรให้เกิดความยั่งยืนเป็นรูปธรรมและใช้ด้วยความเข้มงวดตลอดไปไม่เฉพาะเทศกาลเท่านั้น

นายโชคชัย กล่าวต่อไปว่า ที่ประเทศไทยเราจะโชคร้ายตรงที่ ระบบการจราจรและผู้ขับรถจะเห็นแก่ตัว ไม่มีวินัย ทำให้รถที่ไม่ควรจะติดก็ต้องติด อาทิ รถช้าขับเลนขวา รถที่เร็วกว่าต้องแซงซ้าย รถที่เปลี่ยนความเร็วบ่อยๆ รวมถึงการเปลี่ยนเลนมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุสูงกว่ารถที่แล่นมาด้วยความเร็วใกล้เคียงกันหรือเท่ากัน ซึ่งไม่มีโอกาสชนกัน ไม่เกิดอุบัติเหตุแน่นอน สาเหตุที่เกิดอุบัติเหตุคือความเร็วต่างกัน รถที่วิ่งมาด้วยความเร็วและมาเจอรถที่ช้ากว่าย่อมทำให้เกิดการสะดุดจากการเปลี่ยนเลน และอีกสาเหตุคือการหลับใน รวมถึงจังหวะพลั้งเผลอได้ ในช่วงเทศกาล แน่นอนไม่สามารถใช้ความเร็วได้อยู่แล้วเพราะรถติด จึงต้องใช้ความเร็วต่ำแต่ถ้าร่างกายพักผ่อนไม่พอก็จะเกิดอาการง่วง หลับใน และเกิดอุบัติเหตุตามมา

การออกกฎมาในครั้งนี้เป็นแค่ปลายเหตุ ถ้าจะออกกฎหมาย พ.ร.บ.จราจร ควรต้องทบทวนใหม่เพราะมองว่ายังไม่มีความเป็นสากลเท่าที่ควร การจะออกกฎข้อห้ามต้องอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง ปฎิบัติได้จริง คนที่ทำผิด คนที่ไม่มีวินัยต้องลงโทษอย่างรุนแรง เพราะบุคคลเหล่านี้จะทำให้คนที่ตั้งใจทำดีปฎิบัติตามกฎ ต้องแปลงสภาพเป็นคนเห็นแก่ตัวตามไปด้วย การลดอุบัติเหตุที่ให้ผลอย่างแท้จริงคือการทำให้คนมีวินัย เชื่อว่า อุบัติเหตจะลดลงไปได้เอง แต่การออกกฎบังคับที่ปลายเหตุ ไม่มีวันแก้ปัญหาได้แน่นอน

“คนที่บังคับใช้กฎหมายต้องบังคับใช้อย่างจริงจังไม่อาศัยช่องว่างเพื่อผลประโยชน์ใดๆ คนที่อยู่ภายใต้กฎหมายต้องเคารพกฎหมาย เรื่องของอุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ห้ามไม่ได้ แต่อุบัติเหตุป้องกันได้ถ้าผู้ขับขี่มีการตื่นตัว มูลเหตุของการแข่งขันจนลืมคำว่า น้ำใจ ลืมการมีวินัย และกลายเป็นความเคยชินมายาวนาน แต่การออกกฎหมายต้องออกมาเพื่อสนับสนุนไม่ใช่บังคับ ต้องเหมาะสม การออกมาในช่วงนี้เพียงแค่ต้องการลดอุบัติเหตุในช่วงสงกรานต์เท่านั้น แต่จะลดอุบัติเหตุได้จริงหรือในเมื่อทุกคนต้องเดินทางกลับภูมิลำเนา อย่างไรก็ตาม ควรต้องปรับและแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ทำความเข้าใจกับประชาชน และทำให้จริงจังต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรมภายใต้กฎหมายเดียวกัน” ประธานบริหาร บริษัท โตโยต้า แก่นนคร กล่าว