Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

Home

ประเมิน 3 ปี รัฐบาล คสช. สอบตก แก้ปัญหาเศรษฐกิจ-ปากท้อง ยังไม่ถูกที่

ประเมิน 3 ปี รัฐบาล คสช. สอบตก แก้ปัญหาเศรษฐกิจ-ปากท้อง ยังไม่ถูกที่

3 ปี ภายใต้การบริหารงานของรัฐบาล คสช. ปัญหาเศรษฐกิจสอบตก ส่วนปัญหาความขัดแย้ง สร้างความปรองดอง ก็ยังไม่คืบหน้า ขณะที่นักวิชาการเห็นว่า การเลือกตั้งไม่สามารถแก้ปัญหา ศก.ได้แน่นอน หากนักการเมืองไม่เปลี่ยนพฤติกรรม

19105965 274497416347390 3927993216121635665 nนายวิฑูรย์ กมลนฤเมธ ประธานกิตติมศักดิ์ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า จากที่รัฐบาลภายใต้การบริหารงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะ คสช.ผ่านมาแล้ว 3 ปี เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา มีทั้งผลงานที่ถูกใจบ้าง ไม่ถูกใจบ้าง เป็นเรื่องปกติธรรมดา ปัญหาต่างๆ สะสมมาเป็นเวลาช้านาน ย่อมต้องใช้เวลาพอสมควร และเชื่อว่าไม่มีใครสามารถทำงานให้เป็นที่ถูกใจของคนทั้งหมดทั้งมวลได้

แต่ถ้าจะมองภาพรวมจากการทำงานที่ผ่านมา ที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือ ความจริงใจในการแก้ไขปัญหาของประเทศชาติบ้านเมือง ซึ่งมีความตั้งใจในการบริหารงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตจริงใจ และไว้ใจได้ นับเป็นผู้นำที่ดีมากคนหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นรัฐบาลเดียวที่กล้าเข้ามาปราบปรามทุจริตคอรัปชั่นอย่างจริงจัง ซึ่งแน่นอนว่า การปราบปรามทุจริตฯ นั้น ไม่สามารถแก้ปัญหาในระยะเวลาอันรวดเร็วได้ จำเป็นต้องมีการติดตามแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่องและจริงจัง เพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรมในอนาคต

ผลงานที่ประชาชนจะเห็นได้อย่างชัดเจน นอกจากการแก้ปัญหาความขัดแย้ง การแบ่งพรรคแบ่งพวกของประชาชนแล้ว ยังเป็นรัฐบาลเดียวที่สามารถควบคุมราคาฉลากกินแบ่งรัฐบาลให้ขายได้ในราคาที่กำหนด 80 บาท ทั่วประเทศ รวมถึงการแก้ปัญหาแรงงาน ปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งประเทศไทยถูกจับตามองจากหลายประเทศทั่วโลก เมื่อรัฐบาลชุดปัจจุบัน ได้ปราบปรามอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ทำให้หลายประเทศทั่วโลกมีความมั่นใจในการแก้ปัญหาของรัฐบาลไทย และพร้อมให้การช่วยเหลือสนับสนุนต่อไป

นายวิฑูรย์ กล่าวต่อว่า ถึงแม้รัฐบาล คสช. จะมีความตั้งใจในการบริหารงานให้สำเร็จเป็นรูปธรรมเพื่อให้ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันทำงานเพื่อบ้านเมืองอย่างแท้จริง แต่สิ่งที่ประชาชนทุกคนยังรอคอยและหวังว่ารัฐบาลชุดนี้ คือ ควรมีการปฏิรูปหน่วยงาน “ตำรวจ” ให้เป็นที่พึ่งและเป็นที่ยอมรับของประชาชน เพื่อให้ประชาชนสามารถพึ่งผู้รักษากฎหมายโดยไม่มีข้อกังขาถึงการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการใช้ช่องว่างของกฎหมายเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ หรือในกรณีที่ได้รับส่วนแบ่งจากการออกใบสั่ง

จากที่ผ่านมา ยังไม่เห็นว่ารัฐบาลจะเข้าไปปฏิรูปเรื่องต่างๆ ในองค์กรตำรวจ และยังรวมไปถึงความหวังที่จะกระตุ้นภาคเศรษฐกิจให้ตรงจุด จากที่ผ่านมารัฐบาลยังเกาไม่ถูกที่คัน ถึงแม้จะมีการอัดเม็ดเงินเพื่อให้ประชาชนได้นำไปใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีความเคลื่อนไหวและหมุนเวียนในโครงการลงทะเบียนคนจนถึงสองรอบ แต่เศรษฐกิจก็ยังไม่เดินหน้าตามคาดเพราะเมื่อประชาชนได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล ก็จะนำไปใช้แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ว่าจะเป็นหนี้นอกระบบ หนี้ไฟแนนซ์ ซึ่งเป็นหนี้ครัวเรือนของภาคประชาชนที่ยังสูงอยู่ ทำให้เงินอุดหนุนจากภาครัฐหายไปจากระบบหมุนเวียนต่อเนื่อง

มองว่าเป็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ไม่ตรงจุดความเป็นจริง และโครงการที่เกิดจากนโยบายก็ยังไม่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน แต่หากมองภาพรวมความเป็นจริงจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวไม่เพียงแต่ประเทศไทยเท่านั้น แต่เศรษฐกิจโลกปัจจุบันยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แต่มีแนวโน้มที่กำลังจะดีขึ้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่ประเทศไทยจะมีผลบวกเพียงประเทศเดียว ไม่ว่าจะอยู่ภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลชุดใดก็ตาม เพราะภาวะเศรษฐกิจของทุกประเทศจำเป็นต้องอิงกับเศรษฐกิจโลก

นายวิฑูรย์ กล่าวต่อไปว่า “การเลือกตั้ง” จะไม่มีผลกระทบให้เศรษฐกิจในประเทศไทยดีขึ้นทันทีอย่างแน่นอน อีกทั้งความขัดแย้งยังคงอยู่ อาจทำให้การพยายามแก้ปัญหาที่ผ่านมาสูญเปล่า ในด้านของเศรษฐกิจปี 2560 ภายในประเทศยังไม่มีผลบวกนักลงทุนทั้งส่วนกลางและนักลงทุนชาวต่างชาติยังชะลอการลงทุน แต่มีความเชื่อว่า ในปี 2561 เศรษฐกิจในประเทศ และเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวอย่างแน่นอน โดยเฉพาะธุรกิจส่งออกที่มีแนวโน้มดีขึ้น

gen thumbด้าน อาจารย์ภูมิภักดิ์ พิทักษ์เขื่อนขันธ์ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ถ้าจะประเมินการบริหารงานของรัฐบาล คสช. โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ต้องเข้าใจถึงความเป็นมาก่อนว่าเกิดรัฐบาลชุดนี้ได้อย่างไร รัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารประเทศชาติเพื่ออะไร และรัฐบาลชุดนี้ต้องการอะไร เมื่อทำความเข้าใจเหตุการณ์ที่มา-ที่ไปแล้ว จึงวิเคราะห์ถึงผลงานที่ได้บริหารในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา รัฐบาล คสช. ได้กำหนดแนวทางการบริหารงานให้เดินหน้าตาม ROAD MAP ที่ตั้งไว้ โดยมีเป้าหมายหลักที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน อาทิ ปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทยการปราบปรามทุจริตคอรัปชั่นในองค์กรต่างๆ รวมไปถึงธุรกิจสีเทาสีดำที่กำลังขยายวงกว้างการติดตามทวงคืนทรัพยากรธรรมชาติที่กำลังถูกนักลงทุนกลืนหายไปเป็นสมบัติส่วนตนให้กลับเป็นของแผ่นดิน นั่นคือเป้าหมายหลักที่รัฐบาลชุด คสช.เข้ามาดำเนินการแก้ปัญหา

เมื่อมองผลงานเป้าหมายหลักที่รัฐบาล คสช. ได้ดำเนินการมาและสามารถตอบโจทย์ในการแก้ปัญหาหลักได้ดี ซึ่งปัญหาทุจริตคอรัปชั่นที่ฝังรากลึกในสังคมไทยมายาวนานเกินกว่าจะแก้ไขในระยะเวลาสั้นๆ เป็นปัญหาสะสม เงื่อนไขที่ต้องเคลียร์ จำเป็นต้องอาศัยระยะเวลาดำเนินการพอสมควร เชื่อว่าในระยะเวลาที่เร่งด่วนไม่สามารถแก้ปัญหาคอรัปชั่นให้หมดไปได้อย่างแน่นอนเมื่อแก้ปัญหาคอรัปชั่นไม่หมด ไม่ช้าก็จะกลับมาเหมือนเดิม และอาจรุนแรงกว่าที่ผ่านมา ยังรวมไปถึงปัญหายาเสพติด ยิ่งปราบปรามยิ่งเจอยาเสพติดมากขึ้น ปัญหาอาชญากรรม ซึ่งรัฐบาลมีความตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหา ในภาพรวมที่ผ่านมา รัฐบาล คสช. มีความมุ่งมั่นในการทำงานมากกว่าการสร้างภาพ มองว่าการบริหารงานในเป้าหมายหลักประสบผลสำเร็จ และมีผลงานมากกว่ารัฐบาลทุกชุดที่เคยมีมา

อาจารย์ภูมิภักดิ์ กล่าวต่อว่า เมื่อมองการบริหารด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล คสช. ในภาพรวมของประชาชนจะมองว่าเศรษฐกิจกำลังแย่ลง ความพยายามแก้ปัญหาของรัฐบาลยังไม่ตรงกับความต้องการของประชาชน อาจมองว่ารัฐบาลชุดนี้ ไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ โดยไม่ได้มองว่าเศรษฐกิจไม่ใช่เป้าหมายหลักที่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหาร แต่ก็มีความพยายามในการแก้ปัญหา โดยเฉพาะการนำเงินอุดหนุนจ่ายให้กับประชาชนที่มีรายได้น้อย มองว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ต้องวิเคราะห์ปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นเป็นผลกระทบมาจากเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัว มีผลต่อระบบเศรษฐกิจของทุกประเทศทั่วโลก ไม่ได้เกิดขึ้นที่ประเทศไทยประเทศเดียว

ผลกระทบด้านเศรษฐกิจในประเทศไทยเรานั้น มีผลทั้งจากภายนอกและภายใน โดยเฉพาะปัญหาธุรกิจสีเทา-สีดำ ที่ไม่ใช่แค่ซื้อง่ายขายคล่อง หรือแก้ปัญหาเศรษฐกิจแบบประชานิยม ซึ่งเป็นภาพลวงตาที่ไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ต้นเหตุได้อย่างแท้จริง การที่รัฐบาล คสช. เข้ามาสกัดกั้นและปราบปรามการทำธุรกิจสีเทา-สีดำให้หมดไป จึงส่งผลกระทบต่อแรงหนุนเศรษฐกิจที่จะหดหายไปกว่า 30% เชื่อว่า เมื่อธุรกิจสีเทาหมดไป และระบบเศรษฐกิจโลกที่กำลังฟื้นตัวในปี 2561 จะส่งผลให้ทุกประเทศทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไปตามกลไก ซึ่งเป็นภาพรวมระดับประเทศ

เมื่อมองลงมาในส่วนภูมิภาคของอีสาน ในส่วนของภาคประชาชน ต้องบอกว่า ควรขึ้นอยู่ที่พฤติกรรมและการปรับตัวเพื่อให้สามารถดำรงอยู่ได้ในยุคความเปลี่ยนแปลง เมื่อเศรษฐกิจเกิดการชะลอตัว ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค ลดความโลภ และนำคำสอนของพ่อหลวงมาใช้ ความพอเพียงของตนเองความพอเพียงของครอบครัว จะไม่ทำให้เกิดหนี้ครัวเรือน

อาจารย์ภูมิภักดิ์ กล่าวต่อไปว่า เรื่องของการเลือกตั้งที่นักการเมืองเรียกร้องนั้น ไม่ใช่ประเด็นที่จะสามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้อย่างแน่นอน ตราบใดที่นักการเมืองยังไม่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไม่มีการพัฒนาการบริหารงาน และยังไม่เข้าใจถึงการเป็น “นักการเมือง” อย่างแท้จริง และการเลือกตั้งจะเป็นการสร้างปัญหาที่ไม่มีวันจบ มองว่าการใช้ประชาธิปไตยในต่างประเทศที่มีความพร้อมจะประสบความสำเร็จได้ตามระบบกลไก

ซึ่งประเทศที่นำประชาธิปไตยมาใช้นักการเมืองคือผู้ที่บริหารจัดการให้ส่วนรวมเกิดประโยชน์สูงสุด โดยธรรมมาภิบาล โดยจริยธรรม มองประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติเป็นสำคัญ ต่างจากนักการเมืองในบ้านเรา ที่มักมองผลประโยชน์ส่วนตน เมื่อมีการลงทุนต้องเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ ต้องสร้างเครือข่าย ต้องสร้างคะแนนเสียง แต่ทั้งนี้ นักการเมืองที่มีอุดมคติในการตั้งใจบริหารประเทศชาติบ้านเมืองส่วนน้อย เพียง 10% จึงไม่สามารถขับเคลื่อนได้อย่างคล่องตัว

ดังนั้น การเลือกตั้งจึงไม่ใช่การแก้ปัญหาที่จะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นได้ และไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นได้ ในขณะเดียวกันความปรองดองสมานฉันท์ที่ไม่มีวันเกิดขึ้นจากกลุ่มนักการเมืองทุกฝ่าย ล้วนเป็นคลื่นใต้น้ำที่รอวันตอบโต้ และอาจเกิดผลกระทบที่รุนแรงกว่าที่ผ่านมา ซึ่งคงยากที่จะแก้ปัญหาให้คลี่คลายลงได้