Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

Home สายตรงโรงพัก
สายตรงโรงพัก

สายตรง มิ.ย.56

อีเมล พิมพ์ PDF

ร.ต.อ.นิติธร ศรีจองแสง รอง สวป.สภ.เมืองขอนแก่น

ผู้กองฉลาม... นายตำรวจมือปราบขบวนการค้ายาเสพติดภาคอีสานชื่อดัง

สวัสดีค่ะหนังสือพิมพ์ไทยเสรี ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่คอลัมน์ สายตรงโรงพักฉบับประจำเดือนมิถุนายน พุทธศักราช 2556 เราขอแนะนำท่านผู้อ่านให้รู้จักกับคนในแวดวงสีกากี คือ “ตำรวจ” หรือ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” ในพื้นที่ภาคอีสานเช่นเคยค่ะ

policeโดยฉบับนี้ขอนำท่านให้รู้จักกับ ร.ต.อ.นิติธร ศรีจองแสง รอง สวป.สภ.เมืองขอนแก่น หรือในวงการตำรวจนอกเครื่องแบบสายงานป้องกันปราบปรามคดีเกี่ยวกับยาเสพติดรู้จักกันดีในชื่อของ “ผู้กองฉลาม” ในอดีตมีชื่อเดิมว่า ด.ต.ฉลาม ศรีจองแสง และได้เปลี่ยนชื่อเมื่อเลื่อนยศขึ้นเป็น ร.ต.ต.เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิตการทำงาน นับว่าเป็นนายตำรวจมือปราบผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในพื้นที่ภาคอีสานตอนบน ที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายในการติดตามจับกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่ภาคอีสานมาอย่างต่อเนื่องกว่า 30 ปี

“ผู้กองฉลาม” จบชั้น ม.ต้น จากโรงเรียนดงมันพิทยาคม อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น เข้ามาต่อ ม.ปลาย ที่โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน จากนั้นไปต่อที่โรงเรียนพลตำรวจภูธร 4 จ.ขอนแก่น เป็น นพต.รุ่นที่ 15 คว้าปริญญาตรี นิติศาสตร์บัณฑิต จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) และ ปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต จากสถาบันเดียวกัน

ประวัติรับราชการ “ผู้กองฉลาม” เข้ารับราชการตำรวจครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2529 ตำแหน่ง ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.พระยืน จ.ขอนแก่น จากนั้นย้ายมาประจำที่ สภ.เมืองขอนแก่น จนกระทั่งในปี พ.ศ.2551 สอบคัดเลือกเป็นตำรวจชั้นสัญญาบัตร และได้รับตำแหน่ง รอง สวป.สภ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู แต่เพราะเจ้านายไว้ใจในฝีมือการปราบยาเสพติด จึงให้มาช่วยราชการ ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ ภาค 4 (ศพส.ภาค 4) และปัจจุบัน มาดำรงตำแหน่ง รอง สวป.สภ.เมืองขอนแก่น โดยมีคติการใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และไม่ถือตัวกับประชาชนทั่วไป

ผู้กองฉลาม ได้เล่าถึงอดีตที่ผ่านมาให้เราฟังด้วยว่า ผมมาจากเด็กบ้านนอกสู่สังคมเมือง ชีวิตการทำงานส่วนใหญ่จะเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ โดยเฉพาะในส่วนของตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด ที่มีหน้าที่ออกสืบข่าวเพื่อตามจับกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติด ทั้งรายใหญ่-รายย่อย ทั้งกลุ่มผู้ค้า-เสพ มาดำเนินคดีมาอย่างต่อเนื่อง โดยตลอดชีวิตรับราชการตำรวจมานาน 28 ปี ตั้งแต่ครั้งเป็น ด.ต.ได้รับโล่รางวัล-เกียรติบัตรต่างๆ อันเป็นผลงานด้านปราบปรามยาเสพติดแบบเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย รวมแล้วหลายสิบรางวัลด้วยกัน

ในโอกาสนี้ ผู้กองฉลาม ได้กล่าวกับเราว่ามีความรู้สึกน้อยใจผู้บังคับบัญชาบางคนด้วยเหตุผลที่ว่า “นายบางคนไม่เข้าใจการทำงานว่าเสี่ยง มีความยากลำบากขนาดไหน โดยไม่ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา ถามหาแต่ผลงาน โดยที่สวัสดิการ-งบประมาณไม่มี ส่งผลให้ขาดกำลังพลที่ดีไป” และที่สำคัญ “คนทำงานมักไม่ก้าวหน้า เพราะไม่มีเวลาเสนอหน้า ประจบนาย” แต่อย่างไรก็ตาม ผมขอยืนหยัดที่จะทำงานตามหน้าที่ให้ดีที่สุด โดยไม่เสนอหน้าหานาย เพราะการทำงานตามหน้าที่ถือเป็นความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตการทำงานของเราทุกคน

ปิดท้ายคอลัมน์ ร.ต.อ.นิติธร ศรีจองแสง ได้กล่าวฝากถึงลูกน้อง-ผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีใจรักในงานตำรวจนอกเครื่องแบบ โดยเฉพาะคดียาเสพติดที่มีความเสี่ยงในการทำงานด้วยว่า “ขอให้ปฏิบัติตัวดังนี้คือ มีความสามารถอยู่เสมอ ที่สำคัญต้องมีปฏิภาณไหวพริบ มีความจำเป็นเลิศ มีความอดทนรอได้ และต้องแสวงหาความร่วมมือกับประชาชนให้มากที่สุด งานก็จะประสบความสำเร็จในที่สุดครับ”

สำหรับสายตรงโรงพักฉบับนี้ ต้องขอลาท่านผู้อ่านไปก่อน ไว้พบกันใหม่ฉบับหน้าเดือนกรกฎาคม 2556 นะคะ “สวัสดีค่ะ”.

เพ็ญศิริ นาคทน ... รายงาน

 

สายตรง พ.ค. 56

อีเมล พิมพ์ PDF

สวัสดีค่ะหนังสือพิมพ์ไทยเสรี ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่คอลัมน์ สายตรงโรงพักฉบับประจำเดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖ ฉบับนี้เราขอแนะนำท่านผู้อ่านให้รู้จักกับคนในแวดวงสีกากี คือ “ตำรวจ” หรือ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” ในพื้นที่ภาคอีสานเช่นเคยค่ะ

ในเดือนนี้เราขอแนะนำท่านให้รู้จักกับ พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม (ผบก.ภ.จว.มหาสารคาม) ผู้บังคับบัญชาสูงสุดแห่งจังหวัดมหาสารคาม แดนดินถิ่นอีสานอันเป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญและยาวนานมาหลายร้อยปี โดยท่านผู้การฯ เมืองมหาสารคามเป็นนายตำรวจผู้คว่ำหวอดในหลากหลายสายงาน นับว่าเป็นนายตำรวจนักบริหารมืออาชีพ และเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ดีเลิศท่านหนึ่งpolice

พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบก.ภ.จว.มหาสารคาม เกิดเมื่อวันที่ 6 กันยายน พ.ศ.2503 ปัจจุบันอายุ 52 ปี สมรสกับ ผศ.ดร.ปาลีณา ศรีวนิชย์ (นามสกุลเดิม ศุภจริยวัตร) อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีบุตรสองคน คือ ด.ญ.ปวิตรา และ ด.ญ.ปวัณ ศรีวนิชย์ อายุ 9 และ 6 ขวบ ตามลำดับ โดยกำลังศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และ 1 ตามลำดับ โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม

ประวัติการศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนพิจิตรพิทยาคม มัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนวัดเบญจมบพิตร ปริญญาตรี รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต โรงเรียนนายร้อยตำรวจ และปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ประวัติรับราชการ เป็น นักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 36 ปี 2526 เข้ารับราชการครั้งแรกในตำแหน่ง รอง สวส.สภ.อ.เมืองมหาสารคาม ปี 2529 ย้ายไปเป็น รอง สวป.สภ.อ.เมืองนครพนม ปี 2531 รอง สวป.สภ.อ.น้ำพอง และ รอง สวป.สภ.อ.ชุมแพ จว.ขอนแก่น ปี 2533 เป็น นว.ผบก.ประจำกรมตำรวจ ปี 2534 กลับมาเป็น สวส.สภ.อ.บ้านฝาง ,สว.สส.สภ.อ.เมืองขอนแก่น จากนั้นในปี 2538 ขึ้นเป็น รอง ผกก.หน.สภ.อ.ปทุมรัตน์ ,รอง ผกก.(ป.) สภ.อ.เมืองขอนแก่น ปี 2543 ขยับขึ้นเป็น ผกก.สภ.อ.เชียงยืน จว.มหาสารคาม ,ผกก.สภ.อ.บ้านไผ่ ,ผกก.สภ.อ.เมืองมหาสารคาม ปี 2548 โยกขึ้นไปเป็น รอง ผบก.ภ.จว.เลย ก่อนที่ในปี 2552 จะมาขึ้นเป็นผู้การตำรวจ จังหวัดมหาสารคาม จนถึงปัจจุบัน

ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นสูงสุด ประถมาภรณ์มงกุฎไทย (ป.ม.)

ด้วยความรักความผูกพันธ์กับประชาชนในพื้นที่ จ.มหาสารคาม ที่ต้องย้ายมารับราชการที่ จ.มหาสารคามอยู่เสมอ นับเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว จนได้เป็นเขยชาว จ.มหาสารคามในที่สุด โดยพบรักกับ ผศ.ดร.ปาลีณา ชาว จ.มหาสารคาม ลงเอยด้วยการแต่งงาน ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมาจนถึงทุกวันนี้

พล.ต.ต.เจริญวิทย์ กล่าวว่า ในส่วนของตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคามมีคติการทำงานที่ว่า “เมื่อประชาชนเดือดร้อน ตำรวจพร้อมเป็นที่พึ่ง” จึงมีหลักการทำงานสบายๆ เป็นกันเองกับประชาชนหรือชาวบ้านในพื้นที่ โดยคิดอยู่เสมอว่า “ยิ่งตำแหน่งใหญ่ ยิ่งต้องทำตัวเล็ก” เพื่อจะได้ให้การช่วยเหลือชาวบ้านอย่างสุดความสามารถ และทำงานในหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุด เพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง นำความร่มเย็นเป็นสุขมาสู่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ จ.มหาสารคาม

ในโอกาสนี้ พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ได้กล่าวฝากถึงรุ่นน้อง-นายตำรวจ และลูกน้อง-ผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งหลาย ที่อยากจะประสบความสำเร็จในการทำงานเหมือนทั่น! ผู้การฯ ด้วยว่า “ในการทำงานให้ยึดประชาชนเป็นที่ตั้งหรือเป็นศูนย์กลาง ไม่เอาเฉพาะตัวบทกฎหมายเท่านั้น สิ่งไหนที่พอจะประนีประนอมหรือผ่อนผันได้ในขอบเขตอำนาจหน้าที่เพื่อให้งานราบรื่นก็ให้ทำ หากผู้บังคับบัญชาสั่งงานให้ยึดเอาเป้าหมายตามที่ผู้บังคับบัญชาสั่งไว้เป็นตัวตั้ง เพื่อให้งานสำเร็จตามเป้าหมายของผู้บังคับบัญชาในที่สุด”

สำหรับคอลัมน์สายตรงโรงพักฉบับนี้ต้องขอลาท่านผู้อ่านไปก่อน ไว้พบกันใหม่ฉบับหน้าเดือนมิถุนายนนะคะ “สวัสดีค่ะ”

เพ็ญศิริ นาคทน ... รายงาน

 

สายตรง เม.ย.56

อีเมล พิมพ์ PDF

ร.ต.ต.สังคม หล้าโพนทัน รอง สวป.สภ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น

นายตำรวจจิตอาสา เต็มใจทำงานเพื่อสังคม ..อยู่เย็นเป็นสุข

สวัสดีค่ะหนังสือพิมพ์ไทยเสรี ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่คอลัมน์ สายตรงโรงพักฉบับประจำเดือนเมษายน พุทธศักราช 2556 เราขอแนะนำท่านผู้อ่านให้รู้จักกับคนในแวดวงสีกากี คือ “ตำรวจ” หรือ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” ในพื้นที่ภาคอีสานเช่นเคยค่ะ police

โดยฉบับนี้ขอนำท่านให้รู้จักกับ ร.ต.ต.สังคม หล้าโพนทัน รอง สวป.สภ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น นายตำรวจผู้มีจิตอาสาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวมมีความอยู่เย็นเป็นสุข โดยสมรสกับนางนันทาพร หล้าโพนทัน (เสียชีวิตเมื่อปี 2535) มีบุตรด้วยกัน 1 คน คือ น.ส.ภัทรนันท์ หล้าโพนทัน ปัจจุบันทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสินเชื่อ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาอำเภอโซ่พิสัย จ.บึงกาฬ

ร.ต.ต.สังคม จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนพนมไพรวิทยาคาร จ.ร้อยเอ็ด ,ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนศรีธรรมวิทยา จ.ยโสธร และระดับปริญญาตรี คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร

เริ่มต้นชีวิตการเป็น ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ในปี 2524 ด้วยการเข้าศึกษาที่โรงเรียนตำรวจภูธร 4 ขอนแก่น รุ่นที่ 11 จากนั้นบรรจุเข้ารับราชการตำรวจที่สถานีตำรวจภูธรหนองสองห้อง(สภ.หนองสองห้อง) เป็นแห่งแรกและปฏิบัติหน้าที่เรื่อยมาถึงปัจจุบัน จนกระทั่งในปี 2555 เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรข้าราชการตำรวจเลื่อนไหล รุ่นที่ 1 แล้วเลื่อนยศเป็น ร.ต.ต. มีตำแหน่งเป็นรอง สวป.สภ.หนองสองห้องจนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลาการรับราชการตำรวจเป็นเวลานานร่วม 31 ปีแล้ว

คติพจน์ประจำตัว ; “ขอรับใช้สังคม ไม่ทำให้เป็นภาระแก่สังคม ยึดถือระบบข้าราชการตำรวจตามตัวบทกฎหมายทุกประการ”

ตลอด 31 ปีที่รับราชการตำรวจ แม้จะต้องสูญเสียภรรยาอันเป็นที่รักไปแล้ว ก็ไม่ได้เกิดความท้อแท้ในการดำรงชีวิตประจำวันและกระทบกระเทือนต่อการทำงานแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามกับใช้เวลาทุ่มเทการทำงานอย่างเต็มที่ และฟูมฟักดูแลบุตรสาวคนเดียวด้วยความรักจนประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานดีมาก

นอกจากจะทำงานในหน้าที่ไม่ขาดตกบกพร่องด้วยดีมาโดยตลอด ยังใช้เวลาว่างหลังเลิกงานด้วยการพัฒนาสถานีตำรวจแห่งนี้ให้สวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อยตามคำสั่งของ พ.ต.อ.วีรวัฒน์ สระบัว ผกก.สภ.หนองสองห้อง ผู้บังคับบัญชาสูงสุดของโรงพักแห่งนี้ อาทิ จัดทำป้ายทั่วบริเวณสถานีตำรวจ รอบรั้วทั่วบริเวณสถานีตำรวจทั้งในส่วนของสถานที่ทำงานและบ้านพักตำรวจ ที่สำคัญเป็นนายตำรวจที่มีจิตอาสาและเป็นกันเองกับประชาชนทุกคน รวมทั้งสื่อมวลชนใน จ.ขอนแก่น ที่มาใช้บริการในสถานีตำรวจโดยตลอด

ปิดท้ายคอลัมน์ ร.ต.ต.สังคม หล้าโพนทัน รอง สวป.สภ.หนองสองห้อง ได้กล่าวถึงประสบการณ์ที่ประทับใจในชีวิตราชการตำรวจด้วยว่า “มีความสุขมากที่ประชาชนหรือชาวบ้านที่เดินทางมาติดต่อราชการบนโรงพักมีรอยยิ้ม ไม่เครียดจากเหตุที่ต้องมาหาตำรวจด้วยเรื่องเดือดร้อนต่างๆ แล้วยังกล่าวชื่นชมการทำงานของตำรวจว่าปฏิบัติราชการเป็นอย่างดี และกลับไปด้วยรอยยิ้ม ทำให้ตนประทับใจกับเหตุการณ์เช่นนี้อยู่เสมอ และมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างรอยยิ้มในโรงพักให้คงอยู่คู่กับตำรวจไทยตลอดไป”

สำหรับสายตรงโรงพักฉบับนี้ ต้องขอลาท่านผู้อ่านไปก่อน ไว้พบกันใหม่ฉบับหน้าเดือนพฤษภาคม 2556 นะคะ “สวัสดีค่ะ”

เพ็ญศิริ นาคทน ... รายงาน

 

สายตรง มี.ค.56

อีเมล พิมพ์ PDF

พ.ต.ท.ชุมพล หันชะนา รอง ผกก.สส.สภ.เมืองขอนแก่น

สวัสดีค่ะ หนังสือพิมพ์ไทยเสรี ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่คอลัมน์ สายตรงโรงพัก ฉบับประจำเดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖ ขอแนะนำท่านผู้อ่านให้รู้จักกับคนในแวดวงสีกากี คือ “ตำรวจ” หรือ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” ในพื้นที่ภาคอีสานเช่นเคยค่ะ ฉบับนี้เราขอแนะนำท่านให้รู้จักกับ พ.ต.ท.ชุมพล หันชะนา รอง ผกก.สส.สภ.เมืองขอนแก่น ผู้คว่ำหวอดในสายงานสอบสวน จนสร้างเกียรติประวัติสูงสุดในตำแหน่งพนักงานสอบสวน จนได้รับคัดเลือกเป็นพนักงานสอบสวนดีเด่นระดับตำรวจถึง 3 ปีไล่เรียงดัน ถือเป็นผู้คว่ำหวอดในสายงานสอบสวนมืออาชีพที่เปี่ยมคุณภาพอย่างแท้จริง โดย พ.ต.ท.ชุมพล หันชะนา รอง ผกก.สส.สภ.เมืองขอนแก่น เกิดเมื่อวันที่ 13 ส.ค.2510 ปัจจุบันอายุ 45 ปี police

ประวัติการศึกษา จบปริญญาตรี รัฐประศาสนศาสตร์บัณฑิต(ตร.) โรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 44 จบปริญญาโท ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยขอนแก่น จบปริญญาตรี นิติศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง และปี 2551 เข้าอบรมหลักสูตรผู้กำกับการ รุ่นที่ 61

ประวัติรับราชการ เริ่มเข้ารับราชการเมื่อปี 2534 ในตำแหน่ง รอง สวส. สภ.สมเด็จ จว.กาฬสินธุ์ ปี 2539 เป็น พงส.(สบ.2) สภ.กิ่ง อ.โนนศิลา จว.ขอนแก่น ปี 2543 เป็น พงส.(สบ.3) สภ.เมืองขอนแก่น ปี 2551 เป็น รอง ผกก.สส. สภ.เขาสวนกวาง จว.ขอนแก่น ตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบัน เป็น รอง ผกก.สส.สภ.เมืองขอนแก่น

จากการทำงานด้วยความมุ่งมั่น มุมานะมาโดยตลอด โดยไม่เห็นแก่ความยากลำบากทั้งกายและใจ จนสร้างชื่อให้กับ สภ.เมืองขอนแก่น ขณะดำรงตำแหน่งเป็นพนักงานสอบสวน (สบ.2 และ สบ.3) กับเกียรติประวัติสูงสุดในการรับราชการตำรวจได้รับคัดเลือกเป็นพนักงานสอบสวนดีเด่น ระดับตำรวจ ปี 2545 ต่อมาได้รับคัดเลือกเป็นพนักงานสอบสวนดีเด่นของสมาคมตำรวจ ปี 2548 และได้รับคัดเลือกเป็นพนักงานสอบสวนดีเด่นระดับตำรวจ ปี 2550 ยังความภาคภูมิใจให้กับตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ถ้วนหน้ากัน จนถือเป็นทรัพยากรบุคคลของโรงพักแห่งนี้

จากตำแหน่งพนักงานสอบสวน(สบ.3) กระทั่งได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็น รอง ผกก.สส.สภ.เมืองขอนแก่น ที่ควบคุมงานทั้งในส่วนของฝ่ายสอบสวนที่ถนัดและฝ่ายสืบสวน ล่าสุดในปี 2556 ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้ปรับโครงสร้างข้าราชการตำรวจใหม่ด้วยการให้ตำแหน่ง รอง ผกก.สส.ทั่วประเทศ ควบคุมการทำงานในส่วนของฝ่ายสืบสวนเพียงอย่างเดียว โดยมีหน้าที่สืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขณะเดียวกัน ได้ปรับตำแหน่งพนักงานสอบสวน(พงส.)ใหม่ ทำให้ พ.ต.ท.ชุมพล หันชะนา รอง ผกก.สส.สภ.เมืองขอนแก่น ผู้คว่ำหวอดในสายงานสอบสวนได้หันมาใช้ฝีมือในการปฏิบัติหน้าที่ด้านงานสืบสวนอย่างเต็มรูปแบบ หลังจากทำงานควบคู่ทั้งสองฝ่ายมาก่อนหน้านี้ และไม่เป็นที่ผิดหวังของผู้บังคับบัญชาเพราะเมื่อเร็วๆ นี้ทาง พ.ต.ท.ชุมพล หันชะนา รอง ผกก.สส.สภ.เมืองขอนแก่นได้นำทีมตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองขอนแก่นตามจับกุมตัวเซียนพระที่ก่อเหตุลักพระพุทธรูปไม้ 3 องค์จากหมู่บ้านบึงฉิม ต.บึงเนียม จ.ขอนแก่น มาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ในที่สุด

จนเป็นที่กล่าวขวัญในวงการสีกากี จ.ขอนแก่น ว่ามีฝีไม้ลายมือไม่น้อย หยิบจับงานอะไรก็ได้เรื่องดีๆ ให้กับผู้บังคับบัญชาได้ชื่นใจไปด้วย กลุ่มชาวบ้านมีความปลาบปลื้มใจอย่างมากจึงได้นำดอกกุหลาบมามอบให้ พ.ต.อ.จรูญ นวมทอง ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น พ.ต.ท.ชุมพล หันชะนา รอง ผกก.สส.สภ.เมืองขอนแก่น และตำรวจฝ่ายสืบสวนเพื่อแสดงความขอบคุณ ที่สามารถนำพระพุทธรูปไม้คู่หมู่บ้านกลับคืนมาให้ชาวบ้านได้ในสภาพสมบูรณ์ตามเดิม พร้อมนำผลไม้ที่ปลูกกินเองในหมู่บ้านมามอบไว้ให้รับประทานด้วยบรรยากาศชื่นมื่น

ปิดท้ายคอลัมน์ พ.ต.ท.ชุมพล หันชะนา รอง ผกก.สส.สภ.เมืองขอนแก่น ได้กล่าวฝากถึงนายตำรวจรุ่นน้องและผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยว่า “ขอให้มีความตั้งใจในการทำงานเป็นหลัก ประกอบกับมีความขยัน พร้อมกับมีจิตใจจะศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ และให้ใส่ใจศึกษางานทุกอย่างตลอดเวลา โดยเฉพาะงานที่ไม่เคยทำ หากมีความตั้งใจจริงก็จะสามารถทำได้อย่างแน่นอน และความสำเร็จคงไม่ไกลเกินเอื้อม ที่สำคัญในการทำงานแต่ละอย่างต้องให้ความสำคัญกับลูกน้อง เพราะจะเป็นกลไกร่วมมือกันนำไปสู่ความสำเร็จในที่สุด”

สำหรับสายตรงโรงพักฉบับนี้ ต้องขอลาท่านผู้อ่านไปก่อน ไว้พบกันใหม่ฉบับหน้าเดือนเมษายน 2556นะคะ “สวัสดีค่ะ”.

เพ็ญศิริ นาคทน ... รายงาน

 

สายตรง ก.พ.56

อีเมล พิมพ์ PDF

สวัสดีค่ะหนังสือพิมพ์ไทยเสรี ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่คอลัมน์ สายตรงโรงพัก ฉบับประจำเดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๖ ฉบับนี้เราขอแนะนำท่านผู้อ่านให้รู้จักกับคนในแวดวงสีกากี คือ “ตำรวจ” หรือ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” ในพื้นที่ภาคอีสานเช่นเคยค่ะpolice

ในเดือนนี้เราขอแนะนำท่านให้รู้จักกับ ร.ต.ต.สุจริต ประภาคินัง รองสารวัตรป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจภูธรหนองสองห้อง (สภ.หนองสองห้อง) จ.ขอนแก่น ข้าราชการตำรวจผู้ยึดมั่นในอุดมการณ์การเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ของประชาชนอย่างแท้จริง และผู้มีจิตอาสาพร้อมทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม มุ่งสร้างความสงบร่มเย็นให้บังเกิดขึ้นในบ้านเมืองเรา สมกับเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างแท้จริงค่ะ

ร.ต.ต.สุจริต ประภาคินัง รอง สวป.สภ.หนองสองห้อง อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น สมรสกับนางทองปลิว ประภาคินัง มีบุตรด้วยกัน 1 คน คือ นายอุดร ประภาคินัง อายุ 18 ปี ซึ่งเป็นนักกีฬาเยาวชนดีเด่นของภาคอีสาน ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมแข่งขันกีฬาของนักเรียนไทยไปอาเซียน หรือสคูลเกมส์ ปี 2012 โดยมีความถนัดในการเล่นกีฬาเซปักตะกร้อ และรับราชการตำรวจมายาวนานกว่า 3 ทศวรรษเศษ หรือ 30 กว่าปีค่ะ

ประวัติการศึกษา จบชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ จากนั้นไปศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สาขาช่างก่อสร้างที่วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ ด้วยใจรักอาชีพตำรวจจึงหันเหไปศึกษาต่อใน โรงเรียนตำรวจนครบาล เมื่อปี 2525

ประวัติรับราชการ ได้รับการบรรจุรับราชการตำรวจครั้งแรกที่สถานีตำรวจนครบาลหลัก 2 เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ เป็นแห่งแรก จนกระทั่งในปี 2534 ได้ย้ายมาประจำอยู่ที่สถานีตำรวจหนองสองห้อง(สภ.หนองสองห้อง) จ.ขอนแก่น จนถึงปัจจุบัน ในปี 2555 ได้รับการฝึกนายร้อยตำรวจเลื่อนไหล รุ่นที่ 1 และประดับยศเป็น ร.ต.ต. ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองสารวัตรป้องกันและปราบปราม (รอง สวป.) สภ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น

          ร.ต.ต.สุจริต ประภาคินัง” รอง สวป.ฯ เป็นบุคคลที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ข้าราชการตำรวจเป็นอย่างมาก โดยหลังเลิกงานแทบทุกวันจะใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ด้วยการเป็นโค้ชฝึกสอนให้กับกลุ่มเยาวชนเล่นกีฬา เพื่อเป็นการส่งเสริมเยาวชนของชาติในพื้นที่ อ.หนองสองห้อง หันมาเล่นกีฬา เพื่อใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลจากยาเสพติดและอบายมุขทั้งหลายอีกด้วย นอกจากนั้นยังมีจิตอาสาโดยเป็นวิทยากรประจำชุดปฏิบัติการชุมชนและมวลชนสัมพันธ์โครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ เพื่อให้ทุกภาคส่วนโดยเฉพาะกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ได้ร่วมกันปลูกป่า ณ ป่าชุมชนพระราชทาน เพื่อร่วมกันอนุรักษ์พื้นที่ป่าไว้ให้คงอยู่สืบไปชั่วรุ่นลูกหลาน และยังเป็นครูฝึกอาสาสมัครตำรวจชุมชนป้องกันและปราบปรามเพื่อร่วมต้านยาเสพติดอีกด้วย

          ทั้งนี้ ร.ต.ต.สุจริต ได้กล่าวปิดท้ายคอลัมน์สายตรงโรงพักหนังสือพิมพ์ไทยเสรีด้วยว่า “ผมเป็นคนคบคนง่าย และเข้ากับคนทั่วไป โดยเฉพาะพี่น้องชาวบ้านได้ดี คนชอบพูดว่าผมมีมนุษยสัมพันธ์ดี คุยด้วยแล้วสบายใจ จึงขอปรึกษาปัญหาทั่วไปและเรื่องส่วนตัวอยู่บ่อยๆ ผมยินดีมากที่จะให้คำปรึกษากับทุกคน เพราะคิดเสมอว่าเป็นตำรวจคือผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ จึงวางตัวให้สมกับเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ของประชาชนอย่างแท้จริงครับ”

สำหรับสายตรงโรงพักฉบับนี้ ต้องขอลาท่านผู้อ่านไปก่อน ไว้พบกันใหม่ฉบับหน้าเดือนมีนาคมนะคะ “สวัสดีค่ะ”

เพ็ญศิริ นาคทน ... รายงาน

 


หน้า 5 จาก 10