Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

Home ก้าวทันโลกกับหมอฟัน
ก้าวทันโลกกับหมอฟัน

จะทำอย่างไรเมื่อมีฟันผุถึงโพรงประสาทฟัน

จะทำอย่างไรเมื่อมีฟันผุถึงโพรงประสาทฟัน

สวัสดีครับ พบกันอีกครั้ง กับคอลัมน์ ก้าวทันโลก กับโรงพยาบาลทันตกรรม คอลัมน์ดีๆ ที่จะให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันเบื้องต้นอย่างถูกต้อง มาฉบับนี้เราขอหยิบเกร็ดน่ารู้ เรื่องของ ฟันผุถึงโพรงประสาทฟัน เกิดขึ้นแล้ว เราจะทำอย่างไรดี เรามาฟังกันนะครับ

เมื่อฟันผุลึกถึงโพรงประสาทฟันจะมีอาการปวด โดยเฉพาะเมื่อรับประทานอาหารเย็น หรือเมื่อมีเศษอาหารมาอุดในรูผุ ซึ่งอาการปวดอาจจะไม่รุนแรงนัก เมื่อกำจัดเศษอาหารในรูผุร่วมกับรับประทานยาแก้ปวดก็จะทุเลาลงและหายปวดไปได้ แต่ถ้าปล่อยให้ฟันผุต่อไปจนเนื้อเยื่อในโพรงฟันติดเชื้อเกิดอักเสบ เน่า ตายไป ในที่สุดจะลุกลามไปถึงปลายรากฟันและกระจาย ผ่านรูเปิดปลายรากฟันออกไปที่เนื้อเยื่อและกระดูกขากรรไกร บริเวณรอบปลายราก เกิดเป็นฝีหรือหนอง ระยะนี้จะปวดฟันมากเมื่อเคี้ยวอาหารหรือฟันกระทบกัน หากไม่ได้รักษาอาจจะเกิดรูเปิดของหนองที่เหงือก มีลักษณะเป็นตุ่มในปากคล้ายสิวหรืออาจจะทำให้บริเวณเหงือก แก้ม หรือใบหน้าบวมขึ้นมา

สำหรับการรักษาโรคฟันผุในส่วนเคลือบฟันและเนื้อฟัน ทันตแพทย์จะทำโดยใช้เครื่องมือกรอเอาส่วนฟันผุนั้นออก แล้วอุดฟันโดยใช้วัสดุอุดฟัน ซึ่งปัจจุบันมีให้เลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม ทั้งวัสดุอมัลกัมที่มีสีเงิน หรือชนิดที่สีเหมือนฟัน ถ้าฟันที่ผุถึงโพรงประสาทฟันแล้ว จะไม่สามารถอุดได้ทันที เนื่องจากมีการติดเชื้อของเนื้อเยื่อในโพรงประสาทฟัน ถ้าอุดไปจะทำให้ยิ่งปวดฟันมากขึ้น

ดังนั้น การรักษาจะขึ้นอยู่กับว่าเชื้อโรคกระจายไปถึงเนื้อเยื่อส่วนใด ในกรณีที่ฟันผุทะลุโพรงประสาทเป็นจุดเล็กๆ แต่เนื้อเยื่อโพรงประสาทฟันยังมีชีวิตอยู่ ทันตแพทย์อาจใช้วิธีตัดเอาเฉพาะเนื้อเยื่อบางส่วนที่มีการติดเชื้อออก ใส่ยารักษาเอาไว้แล้วจึงอุดฟัน แต่ถ้าโพรงประสาทฟันนั้นติดเชื้อโรคจนเนื้อเยื่อโพรงประสาทฟันตายไปถึงรากฟันแล้ว ทันตแพทย์จะทำการรักษา โดยกรอเอาส่วนฟันที่ผุออกให้หมดก่อน แล้วใช้เครื่องมือที่มีลักษณะ เป็นตะไบขนาดเล็ก มีด้ามจับแยงผ่านเข้าไปตามคลองรากฟัน เพื่อขูดเอาเส้นประสาทฟันที่มีการติดเชื้อและอักเสบนั้นออกทั้งหมด ร่วมกับการใช้น้ำยาล้างคลองรากฟันให้สะอาด จนแน่ใจว่าไม่มีเชื้อโรคตกค้างอยู่อีก หลังจากนั้นจึงอุดในคลองรากฟันก่อนที่จะอุดตัวฟัน

สำหรับความยุ่งยากของการรักษาจะขึ้นอยู่กับจำนวนของคลองรากฟัน ถ้าหากเป็นฟันที่มีคลองรากเดียว เช่น ฟันหน้า ฟันเขี้ยว หรือฟันกรามน้อย จะใช้เวลาทำการรักษาประมาณ 2-3 ครั้ง ติดต่อกัน อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง โดยใช้เวลาครั้งละครึ่งถึงหนึ่งชั่วโม ในบางกรณีทันตแพทย์อาจรักษาให้เสร็จได้ในครั้งเดียว ถ้าเชื้อโรคไม่รุนแรงนัก ส่วนฟันที่มีหลายราก เช่น ฟันหลัง หรือฟันกรามน้อยบางซี่ก็จะต้องใช้เวลาในการรักษานานขึ้น ฟันที่มีการรักษาโพรงประสาทรากฟันแล้ว จะสามารถทำหน้าที่ได้เหมือนเดิม แต่สีฟันอาจจะเปลี่ยนเป็นสีคล้ำขึ้นกว่าเดิม แลดูไม่สวยงาม นอกจากนี้ฟันที่รักษารากฟันแล้วจะไม่ค่อยแข็งแรงทนทานเหมือนเดิม เปราะ แตกหักได้ง่าย จึงจำเป็นต้องทำครอบฟัน มาสวมทับฟันอีกชั้นหนึ่ง แทนการอุดฟันตามปกติ

ฟันผุทะลุโพรงประสาท” เป็นเรื่องที่สำคัญและต้องพบทันตแพทย์อย่างเร่งด่วน สอบถามราย ละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โทร.0-4320-2405 ต่อ 45198 ในวันและเวลาราชการ พบกันใหม่ฉบับหน้า สวัสดีครับ

 

รากฟันผุ

รากฟันผุ

สวัสดีครับ พบกันอีกครั้งกับ คอลัมน์ก้าวทันโลก กับโรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น วันนี้เรามารู้จักกับ รากฟันผุกันนะครับ

รากฟัน เป็นส่วนประกอบหนึ่งของฟันที่สามารถผุได้ โดยปกติรากฟันจะเป็นส่วนที่ยึดฟันให้ติดกับกระดูกขากรรไกร แต่จะผุได้ในบางท่านที่มีเหงือกร่นจากโรคเหงือกหรือโรคปริทันต์ ที่เรียกว่าโรครำมะนาด พอมีเหงือกร่น รากฟันจะมีส่วนเว้า/โค้งทำให้ทำความสะอาดยากและเกิดฟันผุได้ โดยลักษณะการผุจะเกิดขึ้นเหมือนกับบริเวณตัวฟัน แต่เนื่องจากรากฟันไม่มีเคลือบฟันหุ้มเหมือนตัวฟัน ทำให้เกิดการผุกร่อนได้ง่ายกว่าส่วนตัวฟัน สำหรับการรักษานั้นขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคนั้น  คือถ้ารอยผุยังไม่ทะลุประสาทฟันก็รักษาด้วยการอุดฟัน หรือถ้าผุจนทะลุโพรงประสาทฟัน ก็ต้องทำการรักษารากฟัน โดยวัสดุอุดฟันที่ใช้อุดรากฟันจะคล้ายกับวัสดุอุดฟันที่มีสีเหมือนฟัน แต่เป็นชนิดที่ปลดปล่อยฟลูออไรด์ได้ เพื่อหวังผลป้องกันฟันผุซ้ำ หลังจากนั้นให้ทำความสะอาดโดยการแปรงซอกฟันให้สะอาดและใช้น้ำยาบ้วนปากตามอย่างสม่ำเสมอ

รากฟันผุต้องเร่งแก้ไขสอบถามรายละเอียดได้ที่ โรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โทร.0-4320-2405 ต่อ 45198 ในวันและเวลาราชการ

 

ฟันสึกได้ด้วยหรือ

ฟันสึกได้ด้วยหรือ

สวัสดีครับ พบกันอีกครั้งกับคอลัมน์ก้าวทันโรค กับโรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ต้องบอกว่า ยังมีอีกหลายคำถามจากทุกท่านในเรื่องของการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันเบื้องต้น เราจึงอดไม่ได้ที่หยิบเกร็ดความรู้ทางทันตกรรมมาฝากกัน เรื่องของ ฟันสึกหลายคนมักจะถามว่า ฟันสึกได้ด้วยหรือ เรามารู้จักกันนะคะ

ถึงแม้ว่าฟันเป็นส่วนที่แข็งแรงที่สุดในร่างกาย แต่เมื่ออายุมากขึ้นจะมีการสึกกร่อน เปลี่ยนรูปร่างไป ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการเคี้ยว เช่น การเคี้ยวอาหารแข็ง เมื่ออายุมากขึ้นก็จะทำให้ฟันสึกบริเวณด้านบดเคี้ยวที่ฟันสบได้ ถ้าการสึกมีไม่มากก็จะไม่มีอาการเสียวฟัน แต่ถ้าเป็นมากอาจต้องครอบ หรือถ้าเป็นมากกว่านั้น คือ สึกจนจะทะลุประสาทฟัน ก็อาจต้องรักษารากฟันก่อน แต่ว่าดีที่สุด คือ พบทันตแพทย์ สำหรับลักษณะของฟันสึกนั้น บางราย ฟันทางด้านที่ตัดกับแก้มสึกแหว่งออกไปเป็นแถบส่วนใหญ่ ลักษณะนี้อาจเกิดจากการแปรงฟัน คือ อาจใช้แปรงที่ขนแข็ง และแปรงฟันถูไปมาแรง ๆ เพราะกลัวฟันไม่สะอาด นอกจากนี้อาจมีอาการเสียวเมื่อแปรงฟัน หรือดื่มน้ำร้อน/น้ำเย็น หรือทานอาหารหวานๆ กรณีนี้จะทำการรักษาโดยการอุดฟัน แต่ถ้าฟันสึก ลึกจนทะลุประสาทฟันเชื้อโรคหรือ bacreria เข้าไปในรากฟันแล้วต้องรักษา โดยการรักษารากฟันก่อนแล้วจึงอุด หรืออาจต้องทำครอบฟันไว้ เมื่อเกิดมีอาการผิดปกติควรรีบปรึกษาทันตแพทย์เพื่อทำการแก้ไขต่อไป

สอบถามรายละเอียดได้ที่ โรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น  โทร.0-4320-2405 ต่อ 45198 ในวันและเวลาราชการ

 

เทคนิคการเลี้ยงลูกไม่ให้ฟันผุ

เทคนิคการเลี้ยงลูกไม่ให้ฟันผุ

เป็นที่น่าสังเกตว่าเด็กไทยเดี๋ยวนี้ฟันผุกันมาก บางคนอายุไม่ถึง 2 ปีฟันก็ผุเป็นรูใหญ่แล้ว คุณแม่สมัยใหม่จะต้องมีเทคนิคอะไรในการเลี้ยงลูกไม่ให้ฟันผุ โดยพิจารณาจากสาเหตุของโรคฟันผุ ซึ่งมี 2 ประการใหญ่ๆ คือ การแปรงฟันของลูก และการควบคุมไม่ให้ลูกกินอาหารหวานบ่อยเกินไป

- การแปรงฟัน โดยมีวิธีการจูงใจเด็กหลายวิธี เช่น เวลาที่แปรงฟันให้ลูก ก็อาจร้องเพลง หรือเล่านิทานไปด้วย เมื่อลูกโตให้ความร่วมมือในการแปรงฟัน หรือแปรงฟันเองก็ควรชมเชยลูกด้วย นอกจากนี้คุณแม่ก็อาจจะแปรงฟันให้ลูกดูหรือแปรงฟันพร้อมกัน เพื่อให้ลูกคุ้นเคยกับการแปรงฟัน และเห็นว่าเป็นเรื่องที่สนุก นอกจากนั้นการเลือกแปรงสีฟันก็สำคัญ ในปัจจุบันมีแปรงสีฟันน่ารักๆ ขาย มากมายในท้องตลาด อาจให้ลูกเลือกแปรงสีฟันเอง ก็ช่วยให้ลูกอยากแปรงฟันมากขึ้น

- เรื่องของขนมหวาน เรามีเทคนิคโดยจะต้องดูแลและจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม พยายามอย่าให้ลูกได้เจออาหารหวาน เพราะถ้าลูกเห็นก็จะอยากกิน โดยอย่าเก็บขนมหวานต่างๆ ไว้ในตู้หรือตู้เย็นที่บ้าน หรือถ้าคุณแม่พาลูกไปซื้อของก็หลีกเลี่ยงการเดินไปที่ชั้นขนมหวาน และอย่าให้เงินลูกไปซื้อขนมเอง เพราะเด็กเล็กๆ ยังเลือกของที่มีคุณค่าสำหรับตัวเองไม่เป็น นอกจากนี้สื่อจากโทรทัศน์ก็สำคัญ ควรเปลี่ยนให้ลูกทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่มีประโยชน์แทนการดูทีวี และให้รางวัลเป็นอย่างอื่นที่เป็นประโยชน์แทนขนมหวาน เช่น หนังสือนิทาน ของเล่น ดินสอสี หรือแปรงสีฟันน่ารักๆ เป็นต้น อีกทั้งการรับประทานจุบจิบส่วนใหญ่เด็กมักทำตามอย่างผู้ใหญ่ ซึ่งผู้ใหญ่จะต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่เด็ก โดยชักชวนให้เด็กรับประทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ นอกจากนี้คุณแม่ควรให้เวลาทำกิจกรรมกับลูก เล่นกับลูก ลูกจะได้เพลิดเพลินไม่หันความสนใจไปที่การกิน เคล็ดลับที่สำคัญในการเลี้ยงลูกสมัยนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรคฟันผุ หรือเรื่องอื่นๆ ทั่วๆ ไปคือ การมีวินัย ไม่ทำอะไรตามใจ ทั้งตามใจลูก หรือตามใจคุณพ่อคุณแม่เองโดยไม่มีเหตุผล เท่านี้ก็จะช่วยเป็นเกราะป้องกันอันตรายจากสิ่งต่างๆ ที่แวดล้อมตัวเราอยู่ได้

“การเลี้ยงลูกไม่ให้ฟันผุ ไม่ยากอย่างที่คิด” หากท่านมีข้อสงสัย เขียนมาหาเราได้ที่ หน่วยประชาสัมพันธ์ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 40002 โทร. 043-202405 ต่อ 11188 พบกันใหม่ฉบับหน้า สวัสดีค่ะ

 

อย่างไรถึงเรียนกว่า “ให้นมลูกอย่างถูกต้อง”

อย่างไรถึงเรียนกว่า “ให้นมลูกอย่างถูกต้อง”

คุณพ่อคุณแม่คงเคยเห็นเด็กเล็กๆ ที่ฟันผุ ปวดฟัน ร้องไห้โยเย อักเสบ เป็นไข้ แก้มบวม เป็นหนอง ทานข้าวไม่ได้ น้ำหนักลดกันแล้ว และคุณพ่อคุณแม่ คงไม่อยากให้ลูกเป็นเช่นนั้น สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากคุณพ่อคุณแม่บางท่านมักจะให้นมเด็กก่อนนอน หรือให้เด็กหลับคาขวดนมหรือให้นมหวาน หรือเครื่องดื่มที่มีรสหวานซึ่งเป็นวิธีการที่ผิด

สำหรับวิธีให้นมเด็กอย่างถูกต้องนั้น มีดังต่อไปนี้คือ ข้อหนึ่งคือ ไม่ควรให้นมเด็กเวลานอน ข้อสองคือ ไม่ควรให้นมที่มีรสหวาน ข้อสามคือ ไม่ควรให้เด็กดื่มเครื่องดื่มที่มีรสหวาน หรือน้ำผลไม้จากขวดนม ข้อสี่คือ ให้เด็กดื่มหรือดูดน้ำตาม 1-2 ช้อนชา หลังดูดนมทุกครั้ง

นอกจากนี้คุณพ่อคุณแม่ควรฝึกให้เด็กดื่มนมจากถ้วย เมื่อเด็กอายุได้ 6-10 เดือน และเลิกดูดนมจากขวด เมื่ออายุ 12-18 เดือน เมื่อเด็กอายุเกิน 1 ขวบ นมจะเป็นเพียงอาหารเสริมเท่านั้น โดยมีข้าวเป็นอาหารหลัก

ดังนั้นเมื่อจะให้ลูกเลิกนมขวด คุณพ่อคุณแม่จะต้องตั้งใจ และอดทนอย่างมาก แรกๆ ลูกจะโยเย และร้องหานมขวด แต่เมื่อไม่ได้จริงๆ ลูกก็จะเลิกโยเย แต่นอกเหนือจากความตั้งใจของคุณพ่อคุณแม่แล้ว การเลิกดูดนมจากขวดนั้น ยังต้องอาศัยความตั้งใจของคุณพ่อคุณแม่แล้ว การเลิกดูดนมจากขวดนั้น ยังต้องอาศัยความตั้งใจและเข้าใจของทุกคนในครอบครัว เช่น คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย อีกด้วย

 “การให้นมลูกอย่างถูกต้องสามารถป้องกันโรคฟันผุในเด็กได้” หากท่านมีข้อสงสัย เขียนมาหาเราได้ที่ หน่วยประชาสัมพันธ์ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 40002 หรือ โทร.0-432-2405 ต่อ 11188 เราจะรอให้บริการทุกสาย พบกันใหม่ฉบับหน้าสวัสดีค่ะ

 


หน้า 1 จาก 10